ใน , , , , , , ,

รีวิว ส่งลูกเรียนนานาชาติ อนุบาล และ ประสบการณ์ School Visit

แชร์ประสบการณ์ วิธีเลือกโรงเรียนนานาชาติ อนุบาล ให้ลูก และประสบการณ์การส่งลูกเรียนนานาชาติ

รีวิว ประสบการณ์ School Visit และ ส่งลูกเรียนนานาชาติ อนุบาล

การเลือกโรงเรียนอนุบาลให้ลูก เป็นเรื่องที่ต้องใช้ความพิถีพิถันและละเอียดอ่อน ซึ่งพ่อแม่ยุคใหม่ มักมีความกระตือรือร้นเกี่ยวกับเรื่อง “จิตวิทยา” ในการเลี้ยงลูกและวิธีการสอนในโรงเรียนอีกด้วย … Moonpepper จึงมาขอรีวิวที่ Beverly-O.com แบ่งปันประสบการณ์การ “ส่งลูกเรียนนานาชาติ อนุบาล” มีวิธีเลือกโรงเรียนอย่างไร แต่ละหลักสูตรต่างกันยังไง เล่าประสบการณ์ School Visit รวมทั้งรีวิวประสบการณ์เกี่ยวกับความกังวล ที่อาจจะเกิดขึ้นกับหลาย ๆ คน ในการตัดสินใจส่งลูกเรียนอินเตอร์ มาฝากค่ะ

Table of Contents

รีวิว ประสบการณ์ School Visit โรงเรียนนานาชาติ อนุบาล

โรงเรียนนานาชาติในกรุงเทพมีเยอะมาก ทั้งแบบโรงเรียนเตรียมอนุบาลโดยเฉพาะ, โรงเรียนประถม และโรงเรียนนานาชาติที่มีตั้งแต่เตรียมอนุบาล-มัธยมเลยก็มี ในส่วนนี้ เราจะมารีวิว ประสบการณ์การไป School Visit ก่อน และจะรีวิวประสบการณ์การส่งลูกเรียนโรงเรียนนานาชาติอนุบาลต่อ (ด้านล่าง) … แจ้งไว้ก่อนว่า จริง ๆ แล้วเราได้ไป School Visit และไปงาน Open House โรงเรียนอนุบาลมาประมาณกว่า 10 แห่ง โดยเลือกทั้งที่ใกล้บ้านและไกลบ้าน ดูทั้งโรงเรียนดังที่ทุกคนว่าดี และโรงเรียนใกล้บ้าน แต่จะนำมารีวิวประมาณ 5 แห่งซึ่งมีโรงเรียนนานาชาติ ISB, SISB, Shrewsbury, Brighton และ Harrow (แต่จริง ๆ ไปดูมาเยอะกว่านี้ ทั้งโรงเรียนไทย ไบลิงกวล และ อื่น ๆ) ทั้งนี้ ที่เรานำมารีวิว เป็นประสบการณ์และความคิดเห็นส่วนตัว ซึ่งเราแนะนำว่าคุณควรไปดูด้วยตัวเองอีกที และสอบถามข้อมูล เช็กข้อมูลด้วยตัวเองเพื่อความถูกต้องของข้อมูลค่ะ

รีวิว โรงเรียนนานาชาติ ISB

โรงเรียนนานาชาติ ISB เป็นโรงเรียนนานาชาติแห่งแรกในประเทศไทย สอนโดยใช้ระบบอเมริกา ส่วนตอนมัธยมปลาย ก็มีคอร์ส IB เปิดสอนด้วย … ถ้านับมาถึงปัจจุบัน ก็เปิดมาประมาณ 70 ปีแล้ว อดีตเคยเปิดสอนอยู่ในสถานฑูตสหรัฐอเมริกา ซึ่งในสมัยนั้น คือเป็นโรงเรียนที่เปิดสอนลูกหลานคนที่ทำงานในสถานฑูต (อเมริกา) และครอบครัวชาวต่างชาติที่มาทำงานในประเทศไทย … แคมปัสปัจจุบันอยู่ในหมู่บ้านนิชดา จังหวัดนนทบุรี ซอยสามัคคี ใกล้โซนประชาชื่น งามวงศ์วาน พูดง่าย ๆ คือ ติดเขตแดนกรุงเทพ ขับมาอีกนิดเดียวก็กรุงเทพแล้ว

พูดถึงชั้นอนุบาลของโรงเรียนนานาชาติ ISB … ก่อนหน้านี้จะมีชั้นเล็กสุดคือ Kindergarten หรือประมาณอนุบาล 3 แต่ตอนนี้มี Pre-K 1 (อนุบาล 1) สำหรับเด็กอายุ 3 ปี และ Pre-K2 (อนุบาล 2) สำหรับอายุ 4 ปี แล้วค่ะ … ตึกอาคารของ ISB หากดูภายนอกจะค่อนข้างดูเหมือนเก่า แต่พอเราเดินเข้าไปดูข้างในก็คือคนละเรื่อง ห้องเรียนใหม่ บรรยากาศดีมาก และมีการปรับปรุงสนามเด็กเล่นและห้องอาหารใหม่สำหรับเด็กเล็ก

Facility อาคาร สนามกีฬา สิ่งอำนวยความสะดวก

Facility ค่อนข้างดีมาก มีทุกอย่างครบพร้อมที่จะใช้ในการศึกษา … ในส่วนของสนามเด็กเล่น จะมีสนามเด็กเล่นแยกชั้น ตั้งแต่สนามของเด็กอนุบาล, ประถม และมีสนามกีฬาครบครัน มีห้องและบริเวณที่ใช้เป็นโซนแสดงศิลปะ โชว์เปียโน, Maker Space และห้องสำหรับเรียนรู้ต่าง ๆ ฯลฯ … บรรยากาศสไตล์อเมริกา นักเรียนดูแข็งแรง สดใส ด้านในโรงเรียนทุกอย่างดูใหม่ ไม่เหมือนภายนอก บรรยากาศดูเป็นนานาชาติจริง ๆ … ที่ถูกใจคือห้องสมุด … คือห้องสมุดของ ISB จะมีแยกของแต่ละระดับ ของ Elementary School ก็จะมีแยกออกมา เด็ก ๆ เลือกหนังสือนอนอ่าน มีบรรณารักษ์เล่นดนตรี คุยกับเด็ก เราสังเกตเห็นว่าลักษณะการใช้คำพูด จะไม่ใช้ “คำสั่ง” แต่จะเป็นเหมือนการเกริ่นนำให้ทราบว่าตอนนี้เรามาทำอะไรกัน อะไรประมาณนี้ค่ะ … ส่วนห้องเรียนของเด็กเล็กที่ไปดูมา ห้องเรียนคือบรรยากาศดี อากาศถ่ายเท ไม่อับชื้น เข้าไปยืนแล้วรู้สึกปกติ ไม่รู้สึกป่วย (บางโรงเรียน เราเข้าไปยืน ก็รู้สึกร้อน ๆ หนาว ๆ อันนี้คิดว่า พ่อแม่ควรพิจารณาเรื่องความสูงเพดาน และการถ่ายเทของอากาศด้วยนะคะ) … พูดถึงเรื่องเทคโนโลยี ที่ฟังมาจากแอดมิชชั่น (ถ้าจำไม่ผิด) คือช่วงประถมปลาย ๆ จะมี Macbook ให้นักเรียนคนละหนึ่งเครื่อง ไว้ใช้ทำงานและส่งงานค่ะ

วิชาการ

จากที่ไปดูชั้นอนุบาลของ ISB เราสรุปความรู้สึกของเราคร่าว ๆ โดยรู้สึกว่า ที่นี่ไม่ใช่โรงเรียนที่จะมานั่งใช้วิธี Lecture ตั้งแต่เด็ก และไม่มีการกำหนดให้เด็กสัญชาติไทยเรียนภาษาจีนในเด็กอนุบาล ซึ่งพ่อแม่ (สัญชาติไทย) ที่คาดหวังจะหาโรงเรียนที่สอน 3 ภาษาให้ลูกตั้งแต่อนุบาล ก็อาจจะต้องไปหาที่เรียนข้างนอกเพิ่ม (สำหรับอนุบาล) หรือ หากอยากให้ลูกเรียนภาษาจีนในโรงเรียนไปด้วย (โดยที่เราเป็นสัญชาติไทย ไม่ได้พูดจีนเป็นภาษาแม่) ก็อาจจะต้องพิจารณาดูที่อื่นค่ะ แต่ถ้าหากลูกของคุณเป็นเด็กต่างชาติ ก็จะมีสอนภาษาแม่ให้ด้วยตั้งแต่ชั้นอนุบาล

เปลี่ยนมาพูดถึงบรรยากาศการสอนที่ ISB จากที่ไปสัมผัสมาใน School Visit … เรารู้สึกว่า วิธีสอนดูจะค่อนข้างไตร่ตรองมาดีเรื่องการใช้คำพูดและการสอนนักเรียน คิดว่าการสอนของที่นี่ไปทาง Active Learning (ความคิดเห็นส่วนตัว) … ไม่ใช่โรงเรียนที่เอาข้อมูลมาใส่ให้เด็ก ซึ่งรายละเอียดต่าง ๆ ในการสอนจริง ๆ แล้วน่าจะมากกว่านี้ ก็ขอรีวิวเพียงเท่านี้ โดยส่วนตัวรู้สึกชอบ ให้คะแนน 100/100 … แต่โรงเรียน ISB นั้นค่อนข้างจะรับนักเรียนไทยน้อยมากถ้าเทียบกับโรงเรียนนานาชาติโดยทั่วไป และมีการกำหนด % นักเรียนไทยในแต่ละห้องค่ะ ทำให้ความหวังที่จะเข้าก็คงไม่ง่ายเท่าไรนัก

แอดมิชชั่นพาไปเดินดูเด็กชั้นอนุบาล เราเจอเด็ก ๆ กำลังเล่นใช้ใบไม้มาทำอาหารตามจินตนาการ ส่วนบางคนก็เล่นอย่างอื่น สถานที่ดูปลอดภัย อบอุ่น … ข้อมูลที่ไปเช็กเพิ่มเองในเว็บไซต์ของโรงเรียน ก็พบว่าในเด็กเล็ก จะใช้ปรัชญาการสอนแบบ Regio Emilia (ซึ่งเราก็ไป Google หามาเพิ่มมาอีก) ก็พบว่าเป็นวิธีสอนที่ค่อนข้างดีทีเดียว คือไม่ได้สอนแบบ Lecture ไม่ได้สอนตามแบบฝึกหัด แต่เป็นการสอนแบบกระตุ้นให้นักเรียนได้เรียนรู้ กระตุ้นความสงสัย เราคิดว่าพ่อแม่ที่เลี้ยงลูกตามหนังสือจิตวิทยาน่าจะชอบแนวนี้ค่ะ

ในส่วนของแผนกมัธยมนั้น ก็จะมีให้ดูลานกิจกรรมต่าง ๆ ซึ่งทางแอดมิชชั่นก็เล่าว่าเด็กที่นี่จะทำกิจกรรมกันเยอะมาก บางครั้งเยอะจนต้องบอกว่าอย่าลืมเรื่องเรียนด้วยนะ … ทำให้เราเกิดความสงสัยว่าด้าน Academic จะเป็นยังไง? ซึ่งหลัง School Visit เสร็จ เราจึงพยายามค้นหาข้อมูลเพิ่ม ซึ่งก็เจอข้อมูล ISB School Performance และ University Acceptance ในเว็บไซต์ของโรงเรียน ก็พบว่าคะแนน PISA ของเด็ก ISB ค่อนข้างสูง เทียบกับเกาหลีและญี่ปุ่นแล้ว สูงนำโด่งกว่า Average เลยทีเดียว … ส่วนอื่น ๆ นอกจากที่กล่าวไปน่าจะมีอีกเยอะ เราคิดว่า School Visit ครั้งเดียวมันน่าจะไม่พอ ส่วนที่ไม่ได้ดูจากในโรงเรียน เพราะไม่มีการพูดถึง แต่มีเป็นข้อมูลในเว็บไซต์ ก็คือ ISB จะมีอีกแคมปัส คือ Environmental Wilderness Campus ที่เพชรบุรี เป็นเหมือนแหล่งเรียนรู้ทางธรรมชาติให้เด็ก ๆ ค่ะ

ส่วนเรื่อง % เด็กต่างชาติในโรงเรียน ISB อันนี้ก็ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง มีความ Diversity หลากหลายเชื้อชาติ ถ้าเทียบกับทุกโรงเรียนที่ไปดูมา ก็คือ ISB จะมีความหลากหลายทางเชื้อชาติมากที่สุดถ้าเทียบกับโรงเรียนอื่นค่ะ (ตอนที่เราไปดูมา)

  • หมายเหตุ: ข้อมูล School Performance ของโรงเรียนนานาชาติ Nist International School (คลิก)

รีวิว โรงเรียนนานาชาติ SISB ธนบุรี

โรงเรียนนานาชาติ SISB ธนบุรี เป็นโรงเรียนนานาชาติระบบสิงคโปร & อังกฤษ โดยช่วงอนุบาล – ป. 6 จะเรียนเป็นระบบสิงคโปร มีเรียนภาษาจีนตั้งแต่เด็ก แต่เมื่อขึ้น ม. 1 ก็ไม่บังคับ จะเรียนภาษาจีนต่อหรือไม่เรียนก็ได้ และช่วงมัธยมก็จะเริ่มเรียน IGCSE และ Sixth Form (A-Level) แบบเดียวกับของโรงเรียนนานาชาติหลักสูตรอังกฤษ

ทำเล พื้นที่ Facility

สิ่งที่ได้ดูมาใน School Visit ที่โรงเรียนนานาชาติ SISB ธนบุรี … จากที่ไปดูมา จะรู้สึกว่าที่ดินจะเป็นทรงยาวแบบสี่เหลี่ยมผืนผ้า ถ้าหากผู้ปกครองจะคาดหวังสนามกีฬาแบบกว้าง ๆ ใหญ่ ๆ ก็คงจะยาก … จุดเด่นที่แอดมิชชั่นพาไปดูคือ โรงเรียนนานาชาติ SISB ธนบุรีจะมีอาคารใหม่ที่เพิ่งทำเสร็จ ทำให้มี 2 อาคารแยกเด็กเล็กกับเด็กโต อาคารใหม่จะเป็นของเด็ก ป. 5 –  ม. 6 ส่วนอาคารเดิมจะเป็นที่เรียนของเด็กนักเรียนชั้นอนุบาล 1 – ป. 4 แต่ว่าสองอาคารนี้สามารถเดินเชื่อมถึงกันได้ … พูดถึงอาคารที่เพิ่งสร้างเสร็จใหม่ก็รู้สึกว่าโรงเรียนก็ค่อนข้างจะลงทุนจริงจังกับส่วนนี้ มีความทันสมัย ดูน่าเรียน ทั้งห้องเรียน โรงอาหาร และ Hall ที่มีเทคโนโลยีอำนวยความสะดวกสามารถพับเก้าอี้ใน Hall เพื่อเปลี่ยนบริเวณนั้นให้เป็นลานกว้างได้ … มีห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ (สมัยเราเรียกงี้ ขออภัยไม่รู้จะอธิบายยังไง) แบบใช้ Mac ทั้งหมด สำหรับให้เด็กเรียนกราฟฟิคดีไซน์ และใช้ประโยชน์ต่าง ๆ และมีห้องสำหรับเรียนเทควันโด้, การแสดง, ห้อง Activity ต่าง ๆ หลังเลิกเรียน ฯลฯ

ครูผู้สอน และการช่วยเหลือนักเรียน

ครูประจำชั้นที่ SISB ธนบุรีจะมีค่อนข้างหลากหลายสัญชาติ ส่วนผู้ช่วยครูจะเป็นชาวฟิลิปินส์เป็นส่วนใหญ่ เราถามว่า ในส่วนของเด็กที่ที่บ้านเป็นคนไทย ถ้าพูดอังกฤษไม่ได้ และพูดจีนก็ไม่ได้ จะทำยังไง? เพราะว่าลูกต้องเรียนภาษาจีนตั้งแต่เด็ก ก็จะกลายเป็น 3 ภาษา … ทางโรงเรียนบอกว่าที่นี่จะมีครูช่วยซัพพอร์ต ที่โรงเรียนจะค่อนข้างมั่นใจในวิชาการของเขา และจะไม่ทิ้งเด็กที่มีพื้นฐานมาน้อยกว่า อย่างเช่นวิชาภาษาอังกฤษกับภาษาจีน จะมีการช่วยปรับพื้นฐาน โดยย้ายนักเรียนที่มีพื้นฐานระดับเดียวกันให้มาเรียนด้วยกัน ส่วนวิชาหลักอื่น ๆ ก็เรียนรวมกันทั้งหมด … ซึ่งเมื่อจบเทอม ก็จะมีการทดสอบว่าพื้นฐานของลูกเราเปลี่ยนไปเท่าไรแล้ว สามารถแยกไปเรียนห้องรวมได้หรือยัง โรงเรียนก็เข้าใจว่าอยากให้เด็กเรียนรวมกันทั้งหมด แต่ถ้าเด็กยังตามไม่ทันจริง ๆ ก็จะไม่ทิ้งเด็ก จะช่วยพามาปรับกันก่อน ซึ่งบางคนอาจจะใช้เวลาครึ่งเทอม บางคนหนึ่งเทอม บางคนสองปี ซึ่งตรงนี้ก็อาจจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมประมาณเทอมละ 30,000 บาท (โปรดเช็กข้อมูลล่าสุดจากโรงเรียนอีกทีนะคะ)

โภชนาการอาหาร

ที่ SISB จะมีโรงอาหาร (ติดแอร์, ห้องอาหารมีช่องแยกให้นักเรียนเดินเลือกตามเมนู) เมนูอาหารที่มีให้เลือก จะมีตัวอย่าง เช่น อาหารไทย ก๋วยเตี๋ยว สลัดบาร์ และช่วงเวลาสาย ๆ ช่วงเช้า จะมีเมนูเบรกให้นักเรียน มีนมจืด ไม่มีนมรสอื่น และในส่วนของอาหารว่าง จะไม่แจกขนมแบบเป็นห่อซอง เช่น มันฝรั่งทอดกรอบ แต่จะแจกอาหารที่มีประโยชน์ที่เลือกมาแล้วค่ะ

การรับส่งนักเรียน

ที่โรงเรียน SISB ธนบุรี จากที่ไปดูมาล่าสุด ผู้ปกครองไม่ต้องเดินเข้าไปรับนักเรียนเอง (ช่วงโควิดระบาด) โดยจะมีแอพ QR CODE ให้เราคอยแจ้งเจ้าหน้าที่ เช่น สมมติอีก 10 นาทีเราจะขับรถถึงโรงเรียนแล้ว เราก็สแกนโค้ดเพื่อแจ้งว่าจะเข้าไปรับน้อง และเมื่อถึงโรงเรียนก็เอากระดาษ (ที่มีชื่อเด็กบนกระดาษ) เสียบไว้ที่กระจกหน้ารถ ก็จะมีเจ้าหน้าที่พาเด็กมารอขึ้นรถค่ะ

รีวิว โรงเรียนนานาชาติ Harrow International School ดอนเมือง

โรงเรียนนานาชาติ Harrow International School ดอนเมือง เป็นโรงเรียนนานาชาติขนาดใหญ่โซนดอนเมืองค่ะ อยู่ในซอยโกสุมรวมใจ มีทั้งแบบประจำ (Boarding) และไปกลับ ของฮาร์โรว์ จะต่างกับ ISB ตรงที่ Harrow เป็นโรงเรียนหลักสูตรอังกฤษ และรับนักเรียนเล็กสุดตั้งแต่อายุ 18 เดือน จนถึง 18 ปีค่ะ … แต่ของ ISB ข้อมูลปี 2022 จะรับอายุน้อยสุดที่ 3 ขวบ และ ISB ไม่ใช่โรงเรียนประจำแบบ Boarding ค่ะ … ในส่วนของเด็กอายุ 18 เดือนนั้น จะเป็นเรียนชั้น Little Lion ซึ่งพ่อแม่จะต้องเข้าไปเรียนด้วย ในความเป็นจริงจะเรียกว่าไปเรียนก็คงไม่ถูกเสียทีเดียว อาจจะต้องเรียกว่าเข้าไปเล่นตามพัฒนาการมากกว่าค่ะเพราะว่าน้องยังเล็ก

แผนกอนุบาล โรงเรียนนานาชาติฮาร์โรว์

แผนก Early Years ของโรงเรียนนานาชาติฮาร์โรว์ จะมีตั้งแต่ Little Lion, Pre-Nursery, Nursery และ Reception … เราได้เดินดูโรงเรียนของฝั่งเด็กเล็ก ซึ่งเป็นแผนกอนุบาล ที่นี่จะมีนักเรียนประมาณห้องละ 15-18 คน โดยนักเรียนส่วนใหญ่จะเป็นเด็กไทย มีนักเรียนจีนและชาติอื่นประปราย และจะมีเด็กชาวอังกฤษห้องละประมาณ 2 คน … ทีนี้ถ้าเทียบกับ ISB ของนานาชาติ ISB จะมีแค่ Pre-K1 (อังกฤษเรียก Nursery), Pre-K2 (อังกฤษเรียก Reception) และ Kindergarten (Year 1)

ข้อดีของโรงเรียนนานาชาติ Harrow International School ระดับชั้นอนุบาล คือ ครูประจำชั้นทุกคนเป็นชาวอังกฤษ ซึ่งสำเนียงก็จะอังกริ๊ดอังกฤษมาเลยค่ะ … เราเดินวนดูที่นั่น บางทีก็สวนกับอาจารย์ท่านอื่นที่เดินไปมาเล็กน้อย ก็ปรากฏว่าสำเนียงอังกฤษทุกคน เราได้ยินเสียงเด็กเล่นกัน (เด็กไทย) แล้วพูดคำว่า “Pull” ฟังแล้วก็ห๊ะ! คือ น้องออกเสียงว่า โพลฮ์ แบบพ่นลม ถึงกับต้องหันไปมองหน้าแฟนว่า โห เขาคงออกเสียงตามคุณครูกันมาเลยนะเนี่ย (บ้านเรามักจะออกเสียงกันว่า ‘พุล’) … แต่ในส่วนของเด็กไทยที่ค่อนข้างเยอะ อันนี้ก็รู้สึก (ส่วนตัว) ว่าความ Diversity มันจะไม่เท่า ISB

ห้องอาหารของเด็กเล็กจะอยู่ใกล้ ๆ กับบริเวณห้องเรียน โดยที่โต๊ะของแต่ละคนจะมีป้ายชื่อ (ถ้าหากจำไม่ผิด) … เราเห็นป้ายคล้าย ๆ Board หน้าห้องเรียน ซึ่งจะมีบอกว่าวันนี้มีอาหารอะไร มีเมนูอะไรให้เลือก ซึ่งเมนูมีทั้งอาหารแนวเอเชีย, อาหารตะวันตก และอาหารมังสวิรัติ … และในส่วนของการเรียนและกิจกรรม ทางแอดมิชชั่นจะอธิบายว่า ตอนประมาณชั้น Nursery (อนุบาล 1) ก็จะมีกิจกรรม Activity หลังเลิกเรียนให้เด็ก ๆ เลือก … และในส่วนวิชาการของที่ฮาร์โรว์ ที่นี่ก็จะค่อนข้างมั่นใจในวิชาการของเขาและผลการตอบรับเข้ามหาวิทยาลัย ซึ่งของฮาร์โรว์ก็มีเรียนจบแล้วเข้าเรียนต่อคณะแพทย์ในประเทศไทยได้หลายท่านค่ะ … ตอนเข้าชมห้อง Reception (อนุบาล 2) ของที่ฮาร์โรว์จะมีสอนบวกลบให้กับนักเรียนแล้ว และมีการเรียนแบบ Play-based learning หรือเรียนรู้ผ่านการเล่น บรรยากาศในห้องเรียนจะมีเสียงเจี๊ยวจ๊าวเวลาครูให้โอกาสตอบคำถามค่ะ เห็นเด็ก ๆ แย่งกันยกมือขอตอบคำถามแบบกระตือรือร้น ดูมีส่วนร่วมกันมาก ๆ ค่ะ

ทำเล พื้นที่ Facility

ที่โรงเรียนนานาชาติฮาร์โรว์ เรารู้สึกว่าเป็นโรงเรียนนานาชาติใน “กรุงเทพ” ที่ได้เปรียบตรงที่ยังมีสนามหญ้ากว้าง ๆ ให้ได้เห็นอยู่ และเป็นโรงเรียนที่รับนักเรียนประจำแบบ Boarding มีหอพักนักเรียน … นอกจากนี้ ที่ฮาร์โรว์ยังมีห้องอาหาร, ยิมเนเซียม, ฮอลสำหรับการแสดง และ ห้องแลปรวมถึงห้อง workshop ต่าง ๆ ที่ใช้ในการเรียน IGCSE และ Sixth Form … แต่ถ้าพูดถึงฝั่งอนุบาลแล้ว ก็จะมีบริเวณที่เล่นทราย เล่นน้ำแบบมีน้ำพุ (ใส่ชุดว่ายน้ำมาเล่น) น่าจะประมาณ อาทิตย์ละ 2 ครั้ง (หากเข้าใจไม่ผิด) สำหรับเด็กเล็ก ซึ่งเราก็รู้สึกว่า ก็เข้าท่าดีนะ ให้เด็กหายเครียด เล่นน้ำเย็น ๆ เด็กเล็กยังไม่ลงสระ แต่ได้เล่นแบบนี้ ก็คงจะมีความสุขดี

รีวิว โรงเรียนนานาชาติ Shrewsbury ริมแม่น้ำ (Riverside) และ โรงเรียนนานาชาติ Brighton College

ทีนี้ในส่วนของการ รีวิว โรงเรียนนานาชาติ Brighton College และโรงเรียน Shrewsbury ริมแม่น้ำ จะขอรีวิวสรุปสั้น ๆ จากการไป School Visit และความคิดเห็นส่วนตัวดังนี้ค่ะ

  • ทั้ง Shrewsbury, Brighton College และ นานาชาติ Harrow เป็นโรงเรียนสาขา เชนดั้งเดิมมาจากประเทศอังกฤษ ซึ่งสำหรับคนที่อยากเปรียบเทียบ Rank ที่อังกฤษ ก็อาจจะต้องหาข้อมูลเพิ่มเติมตรงนี้ แต่ในประเทศไทย ก็ได้รับความนิยมและไว้วางใจ มีผู้ปกครองส่งลูกเรียนเยอะทั้ง 3 แห่ง
  • ของ Brighton College เจ้าของเดียวกันกับเครือไทยสมุทร … เราไม่ค่อยเห็นโฆษณาเด้งใน Facebook บ่อยเท่า Harrow และ King’s College แต่เจ้าของเครือนี้ มีประสบการณ์ทำโรงเรียนนานาชาติมาก่อนแล้ว ซึ่งก็คือโรงเรียนนานาชาติ St. Stephen’s International School สาขาวิภาวดี และ เขาใหญ่
  • ตอนที่เราไป School Visit เราพบว่าที่ Brighton จะมีนักเรียนต่างชาติเยอะกว่าหากเทียบกับอีก 2 โรงเรียน แต่เรื่องจำนวนนักเรียนต่างชาติ อันนี้เราคิดว่าเป็นเรื่องละเอียดอ่อน วัดไม่ได้ ต้องดูข้อมูลล่าสุดแต่ละเทอมจากโรงเรียน เพราะนักเรียนต่างชาติจะมาหรือจะกลับประเทศ อันนี้ก็เป็นเรื่องของแต่ละครอบครัว
  • โรงเรียนนานาชาติ Shrewsbury สาขาริมแม่น้ำ เราไปดูตั้งแต่ช่วงก่อนโควิดระบาด ความรู้สึกส่วนตัวคือรู้สึกว่าทุกอย่างโอเค แต่ติดว่าไม่มีสนามกีฬาใหญ่ ๆ แบบฮาร์โรว์, สนามฟุตบอลเล็กกว่า และสนามเทนนิสอยู่บนดาดฟ้า แต่มีโรงยิมสำหรับเล่นกีฬาแบบเปิดโล่ง
  • ของ Shrewsbury ก็เน้นเรียนรู้ผ่านการเล่น Play-based learning (ฮาร์โรว์ก็โปรโมทเรื่องนี้ ตอนไปฟัง)

6 แนวทางการเลือก “โรงเรียนนานาชาติ อนุบาล” ให้ลูก

ด้วยความที่โรงเรียนนานาชาตินั้นมีหลายหลักสูตร และแต่ละโรงเรียนอาจจะมีปรัชญาการสอนที่ไม่เหมือนกัน หากใครกำลังหาโรงเรียนอนุบาล หรือ โรงเรียนนานาชาติชั้นอนุบาลให้ลูก เราแนะนำว่าควรพิจารณา สิ่งต่อไปนี้ค่ะ

1. ปรัชญาการสอน

โดยปกติพ่อแม่บางท่าน อาจจะมีความรู้สึกอยากให้ลูกได้เรียนในโรงเรียนที่สอนวิชาการไม่อัดแน่นเกินไป ให้เวลาเด็กได้เล่นเยอะ ๆ ได้ฝึกกล้ามเนื้อ ฝึกดูแลตัวเอง สร้าง EF มีสนามเด็กเล่นหรือพื้นที่ให้ลูกได้ฝึกพัฒนาการ มีครูที่ดี จิตวิทยาดี และอยากได้โรงเรียนอนุบาลที่ช่วยให้เด็กอารมณ์แจ่มใสดี สอนเด็กให้มีความคิดสร้างสรรค์ และไม่ Bully คนอื่น เป็น Global Citizen ที่ดี … หากพ่อแม่ต้องการสิ่งพวกนี้ … การบ้านที่พ่อแม่ควรทำ ที่เราอยากบอกพ่อแม่ที่ Beverly-O.com ก็คือ ควรศึกษาเรื่อง “ปรัชญาการสอน” (Philosophy) และแนวทางการสอน ของแต่ละโรงเรียนค่ะ

จากประสบการณ์ของเรา เราพบกับตัวเองและรู้สึกว่า บางทีเราอยากให้ลูกมีความคิดสร้างสรรค์ มีความมั่นใจในตัวเอง … แล้ววิธีที่ดีในการเรียนรู้และฝึกเด็กให้ทำแบบนี้ขึ้นมา ต้องทำอย่างไรกันนะ? … คุณลองคิดดูว่า ถ้าคุณอยากให้เด็กมีความมั่นใจในตัวเองและมีความคิดสร้างสรรค์ แต่ถ้าเราเอาลูกไปเรียนในโรงเรียนที่ออกคำสั่ง กำหนดกรอบ ป้อนข้อมูลใส่ให้เด็กท่องจำเพื่อมีความรู้ครบพร้อมแล้วมาสอบ แล้ววิธีนี้จะสามารถสร้างเด็กที่มีความคิดสร้างสรรค์และความมั่นใจในตัวเองได้ดีมั้ย? … แล้วย้อนกลับมาที่บ้านอีก ถ้าหากเราตวาด ตะคอก บังคับ ใช้คำพูดทำให้เด็กเสียหน้า ไม่ให้ Power เด็ก ได้ตัดสินใจเอง แล้วเราคิดว่าเราจะสร้างเด็กที่มีความมั่นใจในตัวเอง มั่นใจว่าตัวเองมีค่า และมีความคิดสร้างสรรค์ขึ้นมาได้ยังไง? กับวิธีนี้ … อืม น่าคิดนะคะ

เราอยากแนะนำให้เพื่อน ๆ อ่านหนังสือ การฝึกวินัยเชิงบวก ชื่อ Positive Discipline ของ Dr. Jane Nelsen ซึ่งตีพิมพ์มากว่า 16 ปี และมี Revised Version รวมถึงแยกเล่มออกมาตามหัวข้อที่เหมาะสมกับแต่ละการเลี้ยงดูเด็ก เช่น Positive Discipline สำหรับวัยรุ่น, พ่อหรือแม่เลี้ยงเดี่ยว และอื่น ๆ ออกมาอีกหลายเวอร์ชั่นค่ะ


รายชื่อหนังสือ Positive Discipline แนะนำให้เลือกของ Dr. Jane Nelsen

เล่มนี้ดีมาก หนังสือ Positive Discipline สำหรับเด็ก 1-3 ปี แต่อายุ 4-6 ปีก็อ่านได้ ถ้าหากไม่เคยอ่าน เพราะว่าผู้เขียนหนังสือจะอธิบายพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ของเด็ก บอกวิธีแก้ และบอกว่าเมื่อไรจะหาย อะไรเป็นพฤติกรรมปกติ อะไรไม่ปกติ พ่อแม่ต้องทำยังไงและต้องรอนานขนาดไหนกว่าจะหาย

เราเชื่อว่าจะเป็นหนังสือที่ดีมาก ๆ ที่ทำให้ทุกคนได้เรียนรู้วิธีเลี้ยงลูก วิธีสร้างเด็กแบบมีความมั่นใจ พึ่งพาตัวเองได้ ฯลฯ และเราเชื่อว่า คุณจะของแถม เป็นแนวคิดเรื่องการ “เลือกโรงเรียนอนุบาลให้ลูก” จากหนังสือเล่มนี้ด้วยค่ะ เพราะเมื่อเรารู้แล้วว่า ถ้าอยากให้เด็กโตมาแบบนี้ ควรจะพูดหรือสอนยังไง ก็จะได้หาโรงเรียนที่ใช้คำพูดหรือสอนตามไกด์ไลน์สไตล์นี้ค่ะ

หมายเหตุ: หนังสือไม่ได้พูดเกี่ยวกับการเลือกโรงเรียน แต่จะบอกเกี่ยวกับถ้าอยากได้เด็กที่มั่นใจในตัวเอง เคารพคนอื่น มีเมตตา มีน้ำใจ มีวินัย ฯลฯ เราควรเลี้ยงเขายังไงค่ะ … ซึ่งสุดท้ายแล้ว มันก็สามารถเป็น Hint ให้เราได้กลับมานั่งคิดทบทวนด้วยค่ะ ว่าถ้าเราอยากได้เด็กแบบนี้ ควรจะส่งลูกเรียนโรงเรียนแบบไหน ครูสอนยังไง เพื่อที่สุดท้ายเราจะได้คำตอบในใจ ว่าเราจะเลือกโรงเรียนอนุบาลอะไรเป็นโรงเรียนแรกให้ลูก

2. หลักสูตรหรือระบบ

เมื่อเลือกได้แล้ว ว่าชอบปรัชญาการสอนแบบไหน ลำดับต่อไป ที่พ่อแม่อาจพิจารณาต่อไปควบคู่กันคือเรื่องหลักสูตรของโรงเรียนนานาชาติ อนุบาลค่ะ … ด้วยหลักสูตร จะเป็นตัวกำหนดหรือใช้ต่อยอด พ่อแม่บางคนอาจวางแผนพาลูกไปเรียนต่างประเทศ ก็อาจจะวางแผนเรื่องการเตรียมตัวไปเรียนต่อ โดยตัดสินใจว่าจะเตรียมตัวเพิ่มเองข้างนอกโรงเรียน หรือหาโรงเรียนหลักสูตรเดียวกัน เพื่อที่จะเรียนต่อเนื่องกันต่อไปเลย และนอกจากนี้ อาจจะคำนึงเรื่องการเข้าเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัย เพราะว่านักเรียนหลักสูตรอังกฤษ อเมริกา และ IB อาจจะเรียนและสอบคะแนนที่แตกต่างกัน Moonpeper จึงสรุปข้อมูลคร่าว ๆ มาฝากเพื่อน ๆ ที่ Beverly-O.com ดังนี้ค่ะ

โรงเรียนนานาชาติ คืออะไร

โรงเรียนนานาชาติ คือโรงเรียนที่สอนโดยใช้หลักสูตรต่างชาติ เช่น หลักสูตร IB, อเมริกา, อังกฤษ และอื่น ๆ แต่เนื่องด้วยเปิดสอนในประเทศ ก็จะมีข้อกำหนดบางอย่างกำหนดไว้ เช่น ให้เด็กเรียนวิชาภาษาไทย เป็นต้นค่ะ

โรงเรียนนานาชาติ แต่ละหลักสูตร ต่างกันยังไง

โรงเรียนนานาชาติแต่ละหลักสูตรอาจใช้การสอบวัดผลและ Stage การสอนที่ไม่เหมือนกัน รวมทั้งอาจใช้ปรัชญาการสอนที่ไม่เหมือนกันด้วย (แม้ว่าจะใช้หลักสูตรเดียวกัน) ตัวอย่าง เช่น

  • โรงเรียนหลักสูตรอังกฤษ มีให้เรียน IGCSE ช่วงมัธยมตอนต้น และเรียน Sixth Form (เรียน A-Level) ช่วงมัธยมปลาย
  • โรงเรียนอเมริกาอาจมีสอนโปรแกรม AP และ Diploma ตอนมัธยมปลาย
  • โรงเรียนหลักสูตร IB จะมีการเรียนและสอบคอร์ส IB ตอนช่วงประมาณสองปีสุดท้ายตอน ม. ปลาย
  • โรงเรียนหลักสูตรสิงคโปรในประเทศไทย บางโรงเรียนอาจจะให้เรียนตามหลักสูตรสิงคโปรตอนประถม ซึ่งบางโรงเรียนให้เรียนภาษาจีนด้วย แต่พอเริ่มขึ้นมัธยม ก็จะเปลี่ยนไปเรียน IGCSE และ Sixth Form หรือ A Level ของอังกฤษแทน
  • โรงเรียนหลักสูตรอเมริกันหรืออังกฤษ อาจจะมีเปิดสอนคอร์ส IB ได้เหมือนกัน ตอนช่วง 2 ปีสุดท้ายของ ม. ปลาย (ขึ้นอยู่กับแต่ละโรงเรียน)

ถ้าเทียบของไทย ก็คือตอนมัธยมปลาย ที่จะมีให้สอบ TCAS (วิชาสามัญ) แต่ TCAS66 จะมีการสอบ A-Level (เปลี่ยนชื่อเรียก) โดยออกข้อสอบโดย สสวท. ซึ่ง A-Level ของไทยนี้ จะแตกต่างกับ A-Level ของโรงเรียนนานาชาติหลักสูตรอังกฤษนะคะ ของไทยเพิ่งมาเปลี่ยนชื่อเป็น A-Level ค่ะ …. ส่วน A-Level ของหลักสูตรอังกฤษ มีมานานแล้ว เรียกแบบนี้มานาน เป็นการเรียนและการสอบระดับ Advanced Level ค่ะ

ทั้งนี้ ข้อมูลที่เราสรุปไว้ เป็นข้อมูลที่เรารวบรวมจากอินเทอร์เน็ต กูเกิ้ลเสิช รวมทั้งได้มาจากการ School Visit ข้อมูลต่าง ๆ อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงหรืออัพเดทในแต่ละปี เราแนะนำว่าควรอ่านคร่าว ๆ และศึกษาเองเพิ่มเติมนะคะ

3. ครูที่ดูแลดี

พูดถึงเรื่องครูที่ดูแลดีในโรงเรียนอนุบาล นานาชาติ … พ่อแม่บางคนอาจจะเลือกส่งลูกเรียนโรงเรียนอนุบาลนานาชาติ ด้วยเหตุผลที่คิดว่า อยากได้ครูที่มีความสุข พอใจกับเนื้อหางานที่ทำในโรงเรียน ได้ค่าตอบแทนสมมติสมผล และมีวุฒิ มีความรู้ความสามารถ การเทรน หรือ จิตวิทยาที่เหมาะสมกับการดูแลเด็ก … แต่เคล็ดลับของตัว Moonpepper เอง เราก็มาค้นพบว่า จริง ๆ แล้วหัวข้อเหล่านี้ มันก็เกี่ยวข้องกับตัวโรงเรียน และปรัชญาการสอนของโรงเรียนเองอยู่ดี ที่กำหนดให้ครูดำเนินงานออกมายังไง … ในความคิดเห็นของเรา เราคิดว่า ถ้าเราส่งลูกเรียนโรงเรียนแนววิชาการแบบ Tradition แนว Passive Learning สุดท้ายลูกเราก็อาจจะหนีไม่พ้นการที่จะต้องท่องจำข้อมูลเป็นจำนวนมาก และรอข้อมูลมาใส่ให้ แต่ถ้าหากเราพาลูกเข้าไปเรียนโรงเรียนแนว Active Learning สิ่งนี้ก็จำเป็นตัวกำหนด วิธีการที่ครูจะสอนนักเรียน ตั้งแต่การพูดคุย ตั้งคำถามกับนักเรียน และวิธีที่จะทำให้นักเรียนได้เรียนรู้เช่นกัน สุดท้ายแล้ว ก็จะวกกลับมาที่เรื่องปรัชญาการสอนของโรงเรียนอยู่ดี เพราะว่าสิ่งนี้สามารถส่งผลต่อการดำเนินงานของครูผู้สอนได้เป็นอย่างมากค่ะ

อย่าลืมว่าโรงเรียนที่ดี อาจจะไม่ใช่โรงเรียนที่มีตึกสวยงามเสมอไป แต่อาจเป็นโรงเรียนที่ช่วยเตรียมพร้อมเด็กสำหรับการใช้ชีวิตใน “โลกแห่งความจริง”

4. สิ่งอำนวยความสะดวก

เป็นสิ่งสำคัญที่พ่อแม่ควรจะพิจารณาเรื่องสิ่งอำนวยความสะดวกและความปลอดภัย การดูแล การใช้งาน ในการเลือกโรงเรียนอนุบาลนานาชาติให้ลูก ทั้งสนามหญ้า สนามเด็กเล่น ห้องอาหาร ของเล่น ฯลฯ แต่สิ่งสำคัญอีกอย่าง ที่ควรพิจารณาควบคู่กันไปด้วย เราคิดว่ามีเรื่องดังต่อไปนี้

  • สอน Social Skills
  • การจัดการอารมณ์
  • การแก้ปัญหาด้วยตัวเอง
  • เป็นต้น

แน่นอนว่าพอเด็กไปเล่นของเล่นด้วยกัน อาจจะมีปัญหาให้ต้องแก้ การไม่พอใจ และอื่น ๆ ทีนี้ คนดูแล และครูที่คอยให้คำแนะนำปรึกษา จะแนะนำเด็กอย่างไร ถ้าเล่นของเล่นกันแล้วไม่พอใจกัน ตีกัน หรือเกิดปัญหาใหญ่ จะแนะนำยังไง? ตรงนี้สำคัญมากพอ ๆ กับการมีสนามเด็กเล่นที่ปลอดภัยเลยค่ะ ถ้าหากเด็กได้ครู Counseler ที่เข้าใจจิตวิทยาเด็ก ก็จะสามารถสอนเด็กวิธีแก้ปัญหา วิธีจัดการอารมณ์ และทำให้พื้นที่ตรงนั้นปลอดภัย น่าอยู่ เคารพกันและกัน ถูกหลัก Global Citizen แบบเด็กจะได้เรียนรู้วิธีจัดการปัญหาแบบสากล ซึ่งไม่ใช่วิธีแก้ปัญหาแบบกันเองที่เป็นวิธีที่ใช้ในโลกปกติไม่ได้ อย่างเช่น ทำมา-ทำกลับ, ไม่พอใจใครก็เดินไปผลัก, พ่อแม่สั่งให้แบนหรือเลิกคบ หรือ ไปตำหนิเขา ฯลฯ เป็นต้นค่ะ … เราแนะนำว่า เรื่องนี้ พ่อแม่สามารถอ่านหนังสือ Positive Discipline ของ Dr. Jen Nelsen ควบคู่ไปกันได้ เพราะว่ามีสอนวิธีจัดการปัญหาแบบหาทางออกที่ดีกว่าควบคู่ไปกับปัญหาของเด็กแต่ละวัยค่ะ

5. ค่าเทอม

เรื่องค่าเทอมของโรงเรียนอนุบาลนานาชาติ เราคิดว่าเป็นเรื่องที่ค่อนข้างละเอียดอ่อนเหมือนกัน เพราะโดยปกติ เราอาจจะอยาก “จ่าย” เงินให้กับสิ่งที่เรามองเห็นหรือแตะต้องได้ อย่างเช่น สนามเด็กเล่น หรือสนามหญ้า ที่เห็นได้ชัด ๆ ไม่มีอะไรปิดซ่อน และวิชาการแบบท่องจำที่เมื่อจำได้ ก็พูดได้ทันที ไม่ต้องรอ … แต่ว่าความคิดสร้างสรรค์, นิสัย, Critical Thinking การคิดแบบมีวิจารณญาณ, การแก้ปัญหา, แนวคิด, การใช้สกิลมาแก้ปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต 10-20 ปีข้างหน้า ฯลฯ หรือสิ่งอื่น ๆ  ที่ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าในตอนนี้ล่ะ? แต่อาจจะเห็นได้ในอนาคตอันยาวไกล … อืม … มันเป็นสิ่งที่เรายังมองไม่เห็นและจับต้องไม่ได้ในตอนนี้ และเป็นสิ่งที่ (ส่วนตัว) เราคิดว่าทำให้ผู้ปกครองบางคนตัดสินใจคิดหนัก ว่าจะส่งลูกเรียนโรงเรียนนานาชาติ อนุบาล  ดีมั้ย? และบางคนก็คิดหนักไปอีก ถ้าเป็นโรงเรียนแนวทางเลือก หรือโรงเรียนที่สอนแนว Active Learning เพราะเราอาจจะไม่ชินกับสิ่งเหล่านี้ ไม่เคยสัมผัส ไม่เคยเห็นผลลัพธ์ ทำให้บางคนเกิดคำถาม …. เราก็ขอแนะนำอีกเหมือนกัน ให้ลองอ่านหนังสือเรื่อง Positive Discipline ของ Dr. Jen Nelsen ซึ่งจะตอบคำถามเกี่ยวกับลักษณะการเลี้ยงดูเด็กจากมุมมองจิตวิทยา และเป็นหนังสือที่ตีพิมพ์มากว่า 16 ปี และ Revised มาเรื่อย ๆ คุณอาจจะพบกับคำตอบและ Hint ต่าง ๆ ที่อาจจะทำให้คุณคลายความสงสัยเรื่องการเลี้ยงลูกจนถึงการตัดสินใจเรื่องการเลือกโรงเรียนลูกได้ค่ะ ไม่ว่าจะเป็นโรงเรียนนานาชาติ หรือโรงเรียนไทย และโรงเรียนทางเลือก ก็สามารถนำแนวทางมาปรับใช้และพิจารณาตัดสินใจได้ค่ะ

6. บรรยากาศโดยรอบ

การเดินทางและบรรยากาศโดยรอบของโรงเรียน เป็นอีกหัวข้อที่พ่อแม่อาจจะพิจารณาในการเลือกโรงเรียนลูกค่ะ โดยอาจพิจารณาเรื่องระยะทาง เวลาเดินทาง ที่จอดรถ ร้านค้า หรือร้านกาแฟที่พอจะให้พ่อแม่นั่งรอได้เวลาเลิกเรียน บางครั้งโรงเรียนที่ถูกใจเรา อาจจะไม่ใช่โรงเรียนที่เราเดินทางสะดวก หรือเป็นโรงเรียนที่อยู่ไกลจากบ้านเรา … หากเป็นเช่นนั้น เราอาจจะพิจารณาหาทางเลือกอื่น ๆ เช่น มีร้านกาแฟหรือที่รอรับลูกให้เรารอได้มั้ย? มีบ้านเช่าหรือขายดีดีมั้ย? หรือถ้าฉันยินดีและมีความสุขกับการขับรถไป-กลับ เราก็จะรู้สึกได้โดยสัญชาตญาณของเราเอง ถ้าได้โรงเรียนดีดีที่เราพอใจ และลูกเราก็แฮ้ปปี้ โดยรวมสรุปแล้วดีกว่าโรงเรียนที่อยู่ใกล้บ้านแต่ไปเรียนแล้วร้องไห้หรือเป็นทุกข์ พ่อแม่แต่ละท่านจะเจอคำตอบที่เรารู้สึกถูกใจและสบายใจของเราเองเมื่อเรามีความมั่นใจค่ะ


รีวิว ส่งลูกเรียนโรงเรียนนานาชาติ อนุบาล

1. ส่งลูกเรียนนานาชาติ คุ้มไหม?

สำหรับ Moonpepper เอง … เราคิดว่า การส่งลูกเรียนโรงเรียนนานาชาติ อนุบาล เป็นเรื่องของความคุ้มค่าและความพอใจของแต่ละคน … ส่วนความคุ้มของเรา (Moonpepper) เกิดขึ้นจากการที่เราศึกษาหาข้อมูลทั้งเกี่ยวกับโรงเรียน หลักสูตร และศึกษาหาข้อมูลจิตวิทยาการเลี้ยงเด็กมาอ่าน เราจะเห็นความแตกต่างชัดเจนและตอบคำถามในใจเราได้ว่าเราพอใจที่จะส่งลูกเรียนที่โรงเรียนไหน พ่อแม่แต่ละคนจะมีสิ่งที่ต้องการในใจไม่เหมือนกัน บางคนอาจจะอยากให้ลูกได้เรียนโรงเรียนวิชาการแบบ Tradition รู้เยอะ เขียนเยอะ อ่านได้เยอะ และบางคนอย่างเช่นเรา อาจจะอยากเน้นให้ลูกพัฒนาเรื่องการจัดการอารมณ์ แก้ปัญหาตามวัย ฯลฯ ไปก่อน … ซึ่งโรงเรียนนานาชาติก็มีให้เลือกหลายแนว มีทั้งแนววิชาการ, แนวโรงเรียนทางเลือก, แนว Active Learning และมีเป็นร้อยโรงเรียนให้พิจารณา ซึ่งเราคิดว่ามันขึ้นอยู่กับว่าพ่อแม่แต่ละคนมีแนวทางการเลี้ยงลูกยังไง ก็สามารถหาโรงเรียนนานาชาติที่ตอบโจทย์ตรงนี้ได้

สิ่งที่เราเจอมาคือ พ่อแม่บางคนเปลี่ยนโรงเรียนให้ลูกไปเรื่อย ๆ … พอเจอโรงเรียนนึงไม่ถูกใจ ก็หาโรงเรียนใหม่ … ในความเป็นจริงคือไม่มีอะไรถูกหรือไม่มีอะไรผิด ไม่มีใครรู้ดีที่สุด แต่ถ้าแนะนำได้ ก็อยากแนะนำให้อ่านหนังสือ Positive Discipline ของ Dr. Jen Nelsen เพื่อที่เราจะได้เรียนรู้เรื่องพัฒนาการเด็ก และการสนับสนุนเลี้ยงเด็กให้มีพัฒนาการด้าน Self-Discipline, ความรับผิดชอบ, การให้ความร่วมมือ และสกิลการแก้ปัญหา เพื่อใช้ประกอบควบคู่ไปกับการเลือกโรงเรียนลูกที่จะมีแนวทางการสอนตามที่เราเชื่อค่ะ

จริง ๆ หนังสือมีหลายเล่ม มีเป็นซีรีย์ให้เลือกตามอายุและความเหมาะสมเลยค่ะ ดูรายชื่อ หนังสือ Positive Discipline

2. พัฒนาการทางภาษา เทียบกับเด็กที่เรียนโรงเรียนไทย หรือ EP เป็นอย่างไร

ข้อนี้ ตอบจากประสบการณ์ส่วนตัวและจากญาติ ๆ พี่ ๆ น้อง ๆ นะคะ ครอบครัวเราก็มีทั้งที่เรียนโรงเรียนไทย นานาชาติ Bilingual และ EP … ซึ่งถ้าหากเทียบเรื่องพัฒนาการทางภาษา เช่น ภาษาอังกฤษ อันนี้ก็ต้องยกให้โรงเรียนนานาชาติอยู่แล้วว่ามีโอกาสพัฒนาการทางด้านภาษามากกว่า เพราะว่าเรียนกับครูเจ้าของภาษา สำเนียงมาพร้อม และมีเพื่อน ๆ ในโรงเรียนเป็นชาวต่างชาติ ซึ่งกลายเป็นเกณฑ์บังคับให้เด็กใช้ภาษาอังกฤษบ่อยกว่าภาษาไทย … แต่ทีนี้ ถ้าหากโรงเรียนนานาชาติที่เราส่งลูกเรียนนั้นมีเด็กไทยเยอะกว่า พอลูกเราไปเรียน เราก็จะรู้แนวทางว่าถ้าอยากปรับปรุงเรื่องภาษาเราสามารถช่วยลูกอย่างไรได้บ้าง ไม่มีพ่อแม่คนไหนเพอร์เฟ็คที่สุด เราควรจ่ายในราคาที่เราจ่ายไหว ส่วนเรื่องอื่น หากมีอะไรที่ยังกังวลหรือไม่สบายใจ เราก็สามารถหาทางแก้ที่ดีกว่าได้

3. ถ้าย้อนกลับไปได้ ยังอยากให้ลูกเรียนอินเตอร์อยู่ไหม

การจะส่งลูกเรียนอินเตอร์นั้น อาจไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับทุกคน ด้วยค่าเทอมและค่าใช้จ่ายเสริมอื่น ๆ ซึ่งเราก็ต้องมีความพร้อมตรงนี้ถึงจะมั่นใจว่าจะส่งลูกเรียนได้ ถ้าถามตัวเรา คำตอบของเราเอง ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ และเรามีความพร้อมตรงนี้ เราก็ยังอยากจะส่งลูกเรียนอินเตอร์ แต่ต้องย้ำว่าพร้อมนะ เราตัดสินใจเอง รับผิดชอบเองได้ ไม่ได้มีความเดือดร้อนต่อใคร ก็เป็นเรื่องความรับผิดชอบของเรา ถ้าเราเจอโรงเรียนอินเตอร์ที่ถูกใจเราแล้ว และเราพร้อมส่ง เราก็ส่งเรียน แต่ถ้าไม่พร้อม เราก็จะหาโรงเรียนที่ค่าเทอมถูกกว่า หรือเรียนโรงเรียนไทย แล้วมาปรับกันอีกที ว่ามีเรื่องอะไรที่โรงเรียนทำให้ไม่ได้ แต่เราสามารถทำเองที่บ้านได้ หากมันจำเป็นและมองว่าเราอยากทำ เด็กพร้อม พ่อแม่พร้อม ก็ทำไปตามข้อมูลที่ศึกษามา ความเชื่อ ความเหมาะสม และสัญชาตญาณกันอีกทีค่ะ

สิ่งที่ควรเตรียมตัว ในการไป School Visit โรงเรียนนานาชาติ

1. ศึกษาข้อมูลหลักสูตร

เขียนในฐานะผู้ปกครองคนหนึ่งที่ไป School Visit โรงเรียนนานาชาติมา … เรารู้สึกว่า โรงเรียนนานาชาติแต่ละแห่งจะพรีเซนท์ว่าตัวพวกเรามีอะไรโดดเด่นบ้าง ตึกเรียนเป็นยังไง มีสิ่งอำนวยความสะดวกอะไรบ้าง และให้ดูตัวอย่างการเรียน … แต่ทว่า โรงเรียนนานาชาติ มักจะไม่ได้เล่าเรื่องระบบการสอบ เช่น การสอบ IGCSE, IB, A-Level, AP Program เป็นต้น ระหว่างการไป School Visit (บางแห่งอาจจะพูดถึง แต่ว่าอาจจะไม่ได้พูดละเอียด เพราะว่ารายละเอียดอาจจะเยอะเกินกว่าที่จะพูดได้ทั้งหมดภายในวัน School Visit) จึงทำให้ผู้ปกครองชาวไทย ที่ไม่ได้เรียนโรงเรียนนานาชาติหรือเรียนต่างประเทศมาก่อน อาจไม่เข้าใจในสิ่งที่ลูกต้องเผชิญในอนาคต ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว จะรอให้ลูกโตก่อนแล้วให้เขาศึกษาเองก็ได้ เพราะว่านั่นเป็นหน้าที่ของลูก ลูกควรพึ่งพาตัวเองได้ แต่ถ้าเราพูดถึงในมุมของ “เด็ก” ซึ่งไม่ใช่คนตัดสินใจเลือกโรงเรียนเอง และมีพ่อแม่เป็นผู้เลือกโรงเรียนอนุบาลหรือโรงเรียนประถมให้ลูก เราก็คิดว่าผู้ปกครองก็ควรจะศึกษาหาข้อมูลและเรียนรู้ทำความเข้าใจ เกี่ยวกับการเรียนและการสอบของระบบอังกฤษ, อเมริกา, IB หรือ โรงเรียนนานาชาติระบบอื่นเอาไว้บ้าง

อย่างที่พิมพ์รีวิวไว้ข้างต้น ว่าระบบหรือการเรียนการสอน และปรัชญาการสอนต่าง ๆ ที่โรงเรียนใช้ อาจส่งผลต่อการดำเนินงานของครูและการสอน ซึ่งถ้าหากพ่อแม่อยากได้โรงเรียนนานาชาติอนุบาล แนว Montessori, Reggio Emilia หรืออื่น ๆ ก็ควรจะศึกษาข้อมูลโรงเรียนก่อนพาลูกไปยื่นใบสมัคร … อย่างที่บอกไปว่า พ่อแม่บางท่านอาจจะอยากได้โรงเรียนที่ไม่สอนวิชาการแบบ Lecture, อยากให้ลูกมีความคิดสร้างสรรค์, ได้รับการหล่อหลอมเป็น Global Citizen รู้ว่าอะไรควรอะไรไม่ควรตามหลักสากลที่ยอมรับกันทั่วโลก, มีความมั่นใจ, สามารถพึ่งพาตัวเองได้, มีความซื่อสัตย์, มีความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น ฯลฯ แต่ถ้าเราเลือกโรงเรียนที่สอนแบบ Lecture, ออกคำสั่ง, ตีกรอบ, มีโอกาสได้คิดเองน้อย จะทำให้เด็กสามารถสร้างคาแรกเตอร์เหล่านั้นขึ้นมาได้ไหม? หลักสูตร ปรัชญาการสอน ข้อมูลต่าง ๆ เกี่ยวกับโรงเรียน จึงเป็นสิ่งสำคัญมาก หากจะต้องจ่ายเงินหลักแสน ก็ควรศึกษาให้ละเอียดจริงไหมคะ?

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลเหล่านี้ บางครั้งอาจจะไม่ใช่สิ่งที่สะดวกในการพูดระหว่าง School Visit และด้วยการที่เราจะเข้าไป School Visit โรงเรียนแล้ว เราก็ควรจะศึกษาข้อมูลเบื้องต้นของโรงเรียนแห่งนั้นมาก่อนพอสังเขป พ่อแม่จึงสามารถหาข้อมูลหลักสูตรโรงเรียนนานาชาติแต่ละแห่งได้จากเว็บไซต์ทางการของโรงเรียนก่อนเข้าไป School Visit และอาจถามข้อมูลคร่าว ๆ จากเพื่อนที่เคยส่งลูกเรียนที่นั่นอยู่แล้วค่ะ

2. ที่จอดรถ

การไป School Visit นั้น พ่อแม่อาจเตรียมตัวเดินทางล่วงหน้า โดยเผื่อเวลาที่รถอาจจะติดในบริเวณซอยหรือถนนทางเข้าโรงเรียน และเผื่อเวลาในการหาที่จอดรถ กรณีที่ที่จอดรถในโรงเรียนอาจเต็มค่ะ

3. Dress Code

ในการไป School Visit โรงเรียนนานาชาติ คุณไม่จำเป็นต้องใส่สูท แต่อาจจะใส่สูทก็ได้หากรู้สึกโดยสัญชาตญาณว่าเป็นตัวเลือกที่ดีกว่า … โดยปกติพ่อแม่สามารถสวมชุดสุภาพ เสื้อเชิ้ต กางเกงขายาว หรือผู้หญิงสามารถสวมเดรสที่สุภาพ ไม่สั้นจนเกินไป ไม่โป๊ เพื่อเป็นการให้เกียรติสถานที่และบรรยากาศโดยรวมของโรงเรียน

4. การย้ายโรงเรียน

สำหรับเด็กไทยที่ย้ายไปโรงเรียนนานาชาติหลักสูตรอังกฤษ อาจจะต้องศึกษาเรื่องวันเปิดเทอม เนื่องด้วยโรงเรียนหลักสูตรอังกฤษมี 3 เทอม แต่โรงเรียนไทยอาจมี 2 เทอม จึงทำให้นักเรียนส่วนใหญ่ต้องย้ายมาซ้ำชั้นก่อนในเทอม 3 ก่อนที่จะย้ายขึ้น Year เดียวกันกับเพื่อน ๆ ชั้นเดียวกัน … แต่หากโรงเรียนมีข้อยกเว้นต่าง ๆ หรือ แนะนำว่าสามารถมาเข้าปีการศึกษาใหม่ได้เลยโดยไม่จำเป็นต้องปรับตัว โอกาสนี้ ก็จะเป็นโอกาสที่คุณจะได้ถามระหว่าง School Visit ว่าคุณต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง … นอกจากนี้ การย้ายโรงเรียน ยังมีอีกกรณี คือกรณี เช่น ผู้ปกครองพาลูกเข้าโรงเรียนนานาชาติหลักสูตรอเมริกาในประเทศไทย แต่วางแผนว่าภายหลังจะส่งลูกกลับไปเรียนที่ประเทศสิงคโปร (เพราะว่าลูกถือพาสปอร์ตสิงคโปร) กรณีนี้ พ่อแม่ควรศึกษาสิ่งที่แตกต่างที่โรงเรียนอเมริกา Offer ให้ และสิ่งใดที่พ่อแม่และเด็กต้องเตรียมตัวเพิ่มในกรณีที่จะย้ายกลับไปเรียนที่สิงคโปร เป็นต้นค่ะ

คิดว่าเราเขียนมายาวมาก ๆ และขอยิ้มให้กับผู้ที่อ่านจนจบมาถึงตรงนี้อีกทีค่ะ … เราหวังว่าข้อมูลและประสบการณ์ที่เรานำมาแชร์กับเพื่อน ๆ ที่ Beverly-O.com จะสามารถแบ่งปันแนวคิดและประโยชน์ให้กับเพื่อน ๆ และชาวผู้ปกครองที่กำลังหาโรงเรียนให้ลูกได้อีกหลายท่านนะคะ การเลือกโรงเรียนให้ลูกนั้นไม่มีอะไรถูกหรือผิด อยู่ที่เราพอใจ คิดว่าเหมาะสม หาข้อมูลเยอะ ศึกษาดูเยอะ ๆ การศึกษาเรื่องจิตวิทยาการเลี้ยงเด็กมีประโยชน์และสามารถช่วยคลายความสงสัยให้กับผู้ปกครองได้ในหลาย ๆ คำถามการเลี้ยงเด็กแบบสร้างสรรค์ ซึ่งก็จะทำให้เรารู้สึกมั่นใจและรู้สึกภูมิใจว่าเราตัดสินใจไม่พลาด เมื่อนั้นสัญชาตญานมันจะบอกเราเองค่ะ ว่าเราได้เลือกโรงเรียนนานาชาติ อนุบาล ที่ดีที่สุดให้ลูกเราได้แล้ว

หมายเหตุ: รูปภาพประกอบ ไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาบทความ

คุณอาจสนใจ

รายงาน


ชอบเว็บไซต์ของเรา? ตั้งกระทู้ เขียนรีวิว หรือ บทความ หรือ สนใจลงโฆษณา ติดต่อทีมงาน Beverly-O

กระทู้โดย moonpepper

คุณคิดอย่างไร?

แชร์ประสบการณ์ จองคิว เข้าช็อป Chanel และลงชื่อ Waiting List รอกระเป๋า

แชร์ประสบการณ์ จองคิว เข้าช็อป Chanel และลงชื่อ Waiting List รอกระเป๋า

ถ้าสังคมไม่ถึง จะส่งลูกเรียนนานาชาติดีมั้ย?

ถ้าสังคมไม่ถึง จะส่งลูกเรียนนานาชาติดีมั้ย?