ใน , , , ,

รีวิว Harrow International School ดีไหม การเรียนเป็นอย่างไร เข้ายากไหม

ประสบการณ์ ส่งลูกเรียน โรงเรียนนานาชาติฮาร์โรว์

รีวิว Harrow International School ดีไหม การเรียนเป็นอย่างไร เข้ายากไหม

สวัสดีค่ะ สำหรับรีวิวนี้ เป็นประสบการณ์การส่งลูกเรียนโรงเรียนนานาชาติฮาร์โรว์ กรุงเทพ (Harrow International School) ซึ่งเป็นโรงเรียนนานาชาติในย่านดอนเมือง รีวิวนี้จะมีบอกถึงเรื่องค่าเทอม ระบบการเรียน บรรยากาศการเรียนของชั้น Early Year หรือ เทียบเป็นช่วงเนอร์สเซอรี่ – อนุบาล หากเทียบกับโรงเรียนไทยค่ะ

คุณอาจสนใจ

รีวิว โรงเรียนนานาชาติฮาร์โรว์ ดีไหม ค่าเทอมเท่าไร

1. การสมัครเรียน

การสมัครเข้าเรียนโรงเรียนนานาชาติฮาร์โรว์ (Harrow International School) ตอนที่เราสมัครให้ลูก ปีนั้นเกณฑ์ลูกคือเข้าเรียนชั้น Pre-Nursery เราโทรเข้าเบอร์โรงเรียน 02-503-7222 ต่อสาย Admission (พูดภาษาไทยได้ค่ะ) ปรากฏว่าโรงเรียนกำลังจะมี Open Day พอดี ประมาณช่วงเดือนกุมภาพันธ์ เราจึงลงชื่อเข้าไปโอเพ่นเดย์ด้วย หรือ บางท่านจะเข้าไปที่หน้า Admissions ของเว็บไซต์โรงเรียนฮาร์โรว์ก็ได้ จะมีให้ Book Consultation เป็นการทิ้งข้อมูลและเบอร์โทรให้โรงเรียนติดต่อกลับ

วัน Open Days ของโรงเรียนฮาร์โรว์

โรงเรียนจะพาชมในโรงเรียนส่วนที่ลูกเราจะเข้าเรียน ลูกเราเรียนอนุบาล อยู่ที่แผนกที่เรียกว่า EYC หรือ Early Learning Center ก็จะได้ไปดูห้องเรียนและการเรียนของนักเรียนชั้น Pre-Nursery จนถึง Reception (หากขึ้นชั้นประถมลูกจะไปอีกตึกอีกแผนก)

  • Pre-Nursery คือ ชั้นเตรียมอนุบาล หรือ Nursery (ของระบบ-อเมริกัน)
  • Nursery คือ ชั้น อนุบาล 1 หรือ Pre-School หรือ Pre-Kindergarten 1
  • Reception คือ อนุบาล 2 หรือ Pre-K2

สามารถดูตารางเปรียบเทียบอายุลูก กับ ชั้นเรียนของลูกได้ที่หน้า Age Guidelines for Entry ของโรงเรียน Harrow ค่ะ

หลังเดินชมโรงเรียนเสร็จ จะมีให้กรอกใบสมัคร หรือ หากเราพร้อมแล้วไม่ต้องเข้าชมโรงเรียนก็สามารถกรอกใบสมัคร Apply ทางออนไลน์ได้เลย

ที่ไปดูโรงเรียนมา อาจารย์จะเป็นคนอังกฤษสำเนียงอังกฤษกันทั้งหมด มีบริเวณ Splash Play ที่พ่นน้ำสำหรับให้เด็ก ๆ ชั้นปีต่าง ๆ เล่นน้ำ และมีอุปกรณ์การเรียนรู้ที่เหมาะกับช่วงวัยแยกเป็นโซน มีสนามเด็กเล่น เราได้ดูห้องเรียนตั้งแต่เด็กเล็ก ไปจนถึงเด็กที่โตที่สุดใน EYC ซึ่งก็คือ อนุบาล 2 หรือ Reception สิ่งที่ประทับใจก็คือ ที่นี่สามารถทำให้เด็กไทยเข้าใจและสื่อสารภาษาอังกฤษได้ตั้งแต่ยังเล็ก เด็ก ๆ ในชั้น Reception แย่งกันตอบคำถามคุณครู เมื่อครูถามคำถาม ทุกคนจะยกมือ รอครูเรียกให้ตอบ สีหน้าทุกคนดูมีความหวัง ตั้งใจ และอินกับห้องเรียนมาก เป็นบรรยากาศที่สนุกสนาน ครูเรียกเด็กผู้หญิงคนหนึ่งให้ตอบ หลังเด็กตอบเสร็จ เพื่อน ๆ ในห้องบางคนผิดหวังเพราะตัวเองไม่ถูกเรียก บางคนหันมานั่งเถียงกันเองเป็นภาษาอังกฤษ 7+3 Makes 10 อีกคนเถียงกลับ 2+8 Makes 10 too เห็นแล้วรู้สึกว่าเด็ก ๆ สดใส ดูมีความสุขพร้อมจะเรียนรู้กันจัง

แม้ว่าโรงเรียนฮาร์โรว์จะมีชื่อเสียงมายาวนานว่า Waiting List รอยาวมาก ปีนั้นก็โชคดีที่มีที่ว่าง เราก็ตกลงให้ลูกเข้าอย่างเร็วที่สุดซึ่งก็คือได้เข้าเทอม 3

2. ชั้น Pre-Nursery, Nursery และ Reception

ในแต่ละชั้นปี และแต่ละเดือน คุณครูจะจัด Concept ชั้นเรียนไม่ซ้ำกัน เช่น เดือนนี้เรียนเกี่ยวกับ Into the jungle ก็จะจัดอุปกรณ์สำหรับเล่นและเรียนให้เข้ากับธีมหัวข้อนั้น ๆ และจะมีวัตถุประสงค์การเรียนรู้ของเด็กแต่ละชั้นปี เช่น Mathematic, Reading, Spoken language, Writing, English Literacy, Technology, PE และ อีกมากมาย ขึ้นอยู่กับแต่ละชั้นปี

โรงเรียนจะให้บัญชี Application สำหรับล็อกอินเข้าไปดูว่าลูกเรามีพัฒนาการ Development ยังไง ตรงกับ Foundation Stage ยังไง แล้วสุดท้ายวัดผลแจ้ง Result ปลายปีเทอม 3 ว่ามีส่วนไหนต้องพัฒนา ส่วนไหนตรงกับเกณฑ์ และส่วนไหนที่เก่งเกินเกณฑ์

3. บรรยากาศการเรียน

สิ่งที่ประทับใจคือเรื่องเกี่ยวกับ Phonics และจิตวิทยาเด็ก ซึ่งคุณครูให้คำปรึกษาได้ ที่โรงเรียนเขาจะให้เด็กเล่นกันจนหมดแรงแบบหนำใจจริง ๆ แล้วต่อด้วยการสอน ส่วนตัวรู้สึกว่ามันทำให้ลูกเราเต็มใจที่จะเรียน แบบไม่ต้อง Pull เด็ก ลากจูงไปตามทางของเรา แค่ให้เขาเล่นตามใจเขา เล่นหมดแรงสุดท้ายก็มาเรียนกันสนุก ๆ

สิ่งที่เราเซอร์ไพรส์ก็คือ ช่วงปี Nursery ที่ลูกเริ่มเรียน Phonics จริงจังขึ้น เราจะยังไม่เห็นผลสักเท่าไร จนกระทั่งขึ้น Reception เทอม 2 ที่พอเด็กพร้อมแล้ว ครูสอน เด็กก็เริ่มอ่านหนังสือภาษาอังกฤษ เริ่มเขียนภาษาอังกฤษเป็นประโยคง่าย ๆ ตามเสียงที่เข้าใจ และ บวก-ลบ เลขได้ รู้สึกมหัศจรรย์มาก เพราะสิ่งต่าง ๆ ไม่ได้สอนแบบท่องจำหรือบังคับให้ทำโจทย์เยอะ ๆ แบบที่เราเคยเรียนมาตอนเด็ก ๆ … แต่วันหนึ่งภายในระยะเวลาไม่กี่วัน 1 – 2 เดือน จู่ ๆ ลูกก็ทำทั้งหมดได้เลย อันนี้ต้องยกเครดิตทั้งหมดให้คุณครูอนุบาลทุกคนของโรงเรียนฮาร์โรว์

4. วิชาการ

จะเห็นผลชัดเจนตอนเด็กขึ้นชั้น Reception คือ จะเริ่มอ่านหนังสือได้ เขียนคำได้ บวก-ลบเลขได้ รู้จักรูปทรง เงิน ฯลฯ หลังลูกจบ Reception ลูกเราสามารถอ่านหนังสือ Oxford Reading Tree ระดับ 4 – 5 ได้ โดยที่ที่บ้านไม่มีใครเป็น Native Speaker และไม่ต้องเรียนพิเศษเลย อย่างไรก็ตาม อ่านถึงตรงนี้แล้ว โปรดอย่าเอาลูกตัวเองไปเปรียบเทียบกับลูกคนอื่นนะคะ เด็กแต่ละคนไม่เหมือนกัน สุดท้ายก็เขียนได้และอ่านได้ทุกคนค่ะไม่ว่าจะช้าหรือจะเร็ว ของลูกเราหลังครูแนะนำ เราก็อ่านหนังสือกับลูกทุกวัน อ่านนิทานก่อนนอนทุกคืน ประมาณ 1 เดือนน้องเริ่มคล่องขึ้นค่ะ … ในแต่ละเทอมจะมีการจัด Parent Consultation คุณครูจะสอนเราไปด้วยว่า Phonics เป็นยังไง ออกเสียงยังไง แนะนำให้เราออกเสียงแบบนี้กับลูกในหนังสือนิทานที่โรงเรียนจัดเตรียมให้ ผ่านไป 1 เดือนลูกก็สามารถทำได้ และตัวแม่เองที่ไม่เคยเรียน Phonics มาก่อนก็เรียนรู้ Phonics กับลูกไปโดยปริยาย ค่าเทอม 400,000 – 600,000 บาท ต่อปี สรุปว่าเหมือนไม่ได้เรียนคนเดียว แต่เป็นแม่ไปหารกับลูกด้วย เพราะว่าแม่ได้เรียนรู้ไปพร้อมกันกับลูกด้วย >___<“

5. สังคม

สังคมผู้ปกครอง

เคยเห็นกระทู้ใน Pantip สอบถามกันว่าสังคมในโรงเรียนฮาร์โรว์เป็นอย่างไร จากประสบการณ์พบว่า มีหลากหลายรูปแบบ เป็นปกติของโลกใบนี้ ไม่มีใครเหมือนกัน ทุกคนแตกต่างกัน ส่วนจำเป็นต้องรวมกลุ่มต้องคบกับผู้ปกครองไหม ก็ต้องมองไปที่ว่าคุณว่างหรือเปล่า บางคนทำงานก็ทำเพียงแค่ส่งลูกที่โรงเรียนแล้วก็ไปทำงานต่อ ไม่ได้มีเวลามาสุงสิงกับใคร เรื่องนี้เป็นเรื่องส่วนบุคคล

สังคมเด็ก

เด็ก ๆ ที่เจอมาก็คือเล่นกันสมวัย ส่วนเรื่องไอแพดและเทคโนโลยีก็แล้วแต่บ้าน ว่าบ้านไหนให้เล่นก็ให้ บ้านไหนไม่ให้เล่นก็ไม่เล่น บ้านไหนเน้นกิจกรรมก็จะพาลูกไปทำอย่างนั้น ไลฟ์สไตล์แต่ละคนไม่เหมือนกัน

6. ค่าเทอม

ค่าเทอม Reception ปี 2021/22 ของโรงเรียน Harrow Internatioal School Bangkok อยู่ที่ 639,000 บาทต่อปี ส่วนชั้นปีอื่น ๆ สามารถดูรายละเอียดได้ที่หน้า Tuition Fees เว็บไซต์โรงเรียนฮาร์โรว์

ค่าเทอมโรงเรียนนานาชาติฮาร์โรว์ ปี 2021/22

ค่าเทอมโรงเรียนนานาชาติฮาร์โรว์ ปี 2021/22

โดยสามารถจ่ายทีเดียวครบทั้งปี หรือ แบ่งจ่ายเป็นเทอมย่อย ๆ ทีละ 1 เทอม จนครบ 3 เทอมได้ค่ะ

7. ที่จอดรถ

เป็นเรื่องที่ค่อนข้างเหนื่อยสำหรับเราซึ่งขับรถรับส่งเอง ไม่ได้ใช้คนขับรถ ทางเลือกคือมาเช้าหน่อยเพื่อที่จะได้มีที่จอด สำหรับเด็กเล็กเข้าเรียนประมาณ 08.00 – 08.30 น. โดยประมาณ (แล้วแต่ชั้นปี) … อีกทางเลือกคือมาตอนใกล้เวลาเรียนเพื่อที่จะได้มีที่จอดตอนที่ทุกคนส่งลูกและเริ่มกลับไปแล้ว หรือ ให้พี่เลี้ยงหรือญาติมาเป็นเพื่อน คนหนึ่งจอดหรือขับรถวน อีกคนลงไปส่งลูกที่ห้องเรียน

ส่วนนักเรียนชั้นที่โตขึ้น จะมีบริเวณ Drop-off 15 วินาที คุณพ่อคุณแม่สามารถขับมาดร็อปลูกลง ให้ลูกเดินไปเข้าเรียนเองได้ แล้วก็ขับรถออกไปเลย

8. กิจกรรม

หลังเลิกเรียนจะมี Activity ให้เลือก เช่น ว่ายน้ำ, วิทยาศาสตร์, กิจกรรม creative ต่าง ๆ และ กีฬา จะบวกเพิ่มจากค่าเทอม

9. พัฒนาการลูกหลังเรียน

จากที่กล่าวไปขั้นต้นว่าประทับใจพัฒนาการลูก คือ ลูกไปโรงเรียนฮาร์โรว์แล้วไม่เคยร้องไห้ไม่อยากไปโรงเรียน จะมีแค่วันแรกที่เพิ่งเข้าเรียนครั้งแรก หรือ วันแรกของเปิดเทอมปีใหม่ที่หยุดเรียนนานแล้วงอแงอยากอยู่บ้าน แต่วันอื่น ๆ ลูกไม่เคยร้องไม่อยากไปโรงเรียน มีแต่ร้องไม่อยากกลับจากโรงเรียน บางวันลูกเล่นต่อที่โรงเรียนจนถึง 4 – 5 โมงเย็นก็ไม่ยอมกลับ ส่วนวิชาการพูดถึงชั้นอนุบาล คือ Phonics  ดี เลขดี และ การพูดภาษาอังกฤษก็เป็นไปตามแต่ละครอบครัว แต่ของครอบครัวเราที่ไม่มี Native Speaker และไม่พาลูกเรียนพิเศษก็ค่อนข้างพอใจกับผลลัพธ์ เด็กที่เรียนฮาร์โรว์ตั้งแต่เด็ก เราสังเกตในบริเวณโรงเรียนว่าแม้ว่าจะเป็นเด็กไทยก็พูดอังกฤษคล่อง คุยกับเพื่อนเป็นภาษาอังกฤษ

สรุป

ค่าเทอมปี 2021/22 Pre-Nursery มีทั้งแบบครึ่งวันและเต็มวัน ครึ่งวัน 454,000 บาท และ เต็มวัน 514,000 บาท โดยประมาณ, Nursery ครึ่งวัน 544,000 บาท เต็มวัน 624,000 บาท และ Reception มีแค่เต็มวัน 639,500 บาท

เรารู้สึกว่าคุ้มค่ากับสิ่งที่ได้มาในช่วง Foundation Stage ที่โรงเรียนฮาร์โรว์สร้างให้เด็ก และความสุขของลูกที่อยากไปโรงเรียน ไม่มีปัญหาใด ๆ  … ซึ่งก่อนหน้านี้เคยส่งลูกไปเรียนโรงเรียนนานาชาติอีกแห่ง ที่ราคาเรทประมาณ 3-4 แสนเช่นกัน แต่ไม่ค่อยได้ผลเท่าที่คาดหวัง และลูกร้องไห้ไม่อยากไปโรงเรียน พัฒนาการถอยลง ทำให้รู้สึกว่าจากที่เปรียบเทียบมาค่อนข้างพอใจที่พาลูกย้ายไปเรียนอนุบาลที่นานาชาติฮาร์โรว์ค่ะ

สำหรับผู้ปกครองที่กำลังหาโรงเรียนนานาชาติให้ลูก โดยเฉพาะลูกอนุบาล จากประสบการณ์เราพบว่า ISB, Bangkok Pattana, Nist, Bangkok Prep ไม่ใช่โรงเรียนที่เข้าง่าย และระบบแต่ละโรงเรียนก็ต่างกัน โรงเรียน Harrow International School, โรงเรียน Shrewsbury และโรงเรียนอื่น ๆ ก็แตกต่างกันไปตามแต่ละโรงเรียน แต่หากตั้งใจจะพาลูกเข้าเรียนโรงเรียนนานาชาติ สำหรับเราเราคิดว่าอนุบาลสำคัญมาก เด็กจะได้เรียนรู้ภาษาอังกฤษเชิงวิชาการตั้งแต่ตอนนั้น ทำให้ลูกปรับตัวได้ไม่ยาก มีเด็กจำนวนไม่น้อยที่เรียนโรงเรียนไทย EP แล้วมาสมัครโรงเรียนนานาชาติต่อในชั้น Year 2 หรือสูงกว่านั้นแล้วสอบไม่ผ่าน ไม่สามารถเรียนได้ … หากพ่อแม่มีงบพร้อมในส่วนนี้ และตั้งใจจะพาลูกเข้าโรงเรียนไหนเป็นพิเศษ ส่วนตัวเราคิดว่าควรจะพยายามพาไปสมัครเข้าเรื่อย ๆ จนกว่าจะได้ เพื่อที่ลูกจะได้ไม่ต้องปรับตัวหลายครั้ง เข้ากับเพื่อนได้ สร้างความสัมพันธ์ไปในระยะยาวไม่ยากกับเด็ก … ส่วนพ่อแม่ก็ควรศึกษาและเผื่อใจเรื่องการเดินทางรับ-ส่งลูกด้วยเช่นกัน เพราะโรงเรียนนานาชาติบางแห่ง เข้าเรียนตั้งแต่เวลา 7.30 น. เลิกเรียนกันประมาณ 14.00 น. หากไม่มีกิจกรรม … คุณอาจจะต้องเตรียมคนรับส่งลูกหากคุณส่งเองไม่ได้ โรงเรียนบางแห่งมีรถโรงเรียนรับ-ส่ง แต่หากคุณอยู่ต่างจังหวัด เช่น นครปฐม, ปทุมธานี, อยุธยา ก็ควรคิดเผื่อเรื่องการพักผ่อนระหว่างรอรับลูกกลับบ้านด้วยเช่นกัน ในระยะยาวอาจจำเป็นต้องหาบ้านเช่า หรือ คอนโดเช่า ใกล้โรงเรียนนานาชาติ เพื่อที่พ่อแม่จะได้ไม่เหนื่อย ไม่ต้องไปเดินห้างรอทุกวัน หรือ อยู่ในรถรอทุกวันสำหรับคนที่ไม่ได้กลับบ้านหรือไปทำงานต่อค่ะ

ขอให้ทุกคนโชคดีค่ะ

กระทู้ที่คุณอาจสนใจ

รายงาน


ชอบเว็บไซต์ของเรา? ตั้งกระทู้ เขียนรีวิว หรือ บทความ หรือ สนใจลงโฆษณา ติดต่อทีมงาน Beverly-O ที่ไลน์ @beverlyo

กระทู้โดย spiderjuno

คุณคิดอย่างไร?

รีวิว โรงเรียนนานาชาติ St. Stephen เขาใหญ่

รีวิว โรงเรียนนานาชาติ St. Stephen เขาใหญ่

รวม ข้อดี VS ข้อเสีย โรงเรียนนานาชาติ จากประสบการณ์

รีวิว ข้อดี VS ข้อเสีย โรงเรียนนานาชาติ จากประสบการณ์